วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

F A M I L Y


 


ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Family แปลว่า "ครอบครัว" 

 
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาคนที่รู้ความหมายของคำศัพท์คำนี้ จะมีสักกี่คนที่รู้ที่มาของมัน
 

 
คำว่า Family เป็นคำ 1 คำที่เกิดจากการรวมร่างกันของคำ 6 คำ คือ Father And Mother I Love You
 
Father = พ่อ, And = และ, Mother = แม่, I = ฉัน, Love = รัก, You = คุณ
 
Father And Mother I Love You จึงแปล (แบบง่ายๆ) ว่า "ผม/หนู รักพ่อกับแม่ ครับ/ค่ะ"
 

 
ผมมีคำถาม 2 คำถามที่อยากจะลองถามคุณ ซึ่งเป็นคำถามที่คงจะคุ้นหูใครหลายคนนะครับ...
 
1. คุณบอกรักพ่อแม่ของคุณครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
 
2. วันนี้คุณบอกรักพ่อแม่ของคุณหรือยัง...
 

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

Pass Away...พึ่งผ่านไป...(จริงหรือ???)





สมมติว่าคุณกำลังอยู่ในงานเลี้ยง


คุณเจอเพื่อนของคุณ

คุณคุยกับเพื่อนของคุณพักหนึ่ง ก่อนที่เพื่อนของคุณคนนั้นจะเดินไปไหนก็ไม่รู้

5 นาทีหลังจากที่เพื่อนของคุณหายตัวไป พี่สาวของเพื่อนคุณเดินมาหาคุณ

Sister: Have you seen Michael?
You: Oh, he just passed away 5 minutes ago.

บทสนทนาข้างต้นแปลออกมาได้ว่า

พี่สาว: คุณเห็นไมเคิ้ลหรือเปล่าคะ
คุณ: โอ้ เขาเพิ่งเดินผ่านไป 5 นาทีที่แล้วเองค่ะ

มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าครับ

แน่นอนครับ ถ้าถามแบบนี้แสดงว่าต้องมีแน่นอน

สิ่งที่ผิดปกติอยู่ที่คำว่า "pass away" ครับ

"pass away" ไม่ได้แปลว่า "เดินผ่านไป" ครับ

แต่ "pass away" แปลว่า "เสียชีวิต" หรือ "ตาย" หรือ "ม่องเท่ง" นั่นเองครับ

ดังนั้น ถ้าคุณใช้คำว่า "pass away" บทสนทนาดังกล่าวจะแปลว่าดังนี้

พี่สาว: คุณเห็นไมเคิ้ลหรือเปล่าคะ
คุณ: โอ้ เขาเพิ่งม่องเท่งไป 5 นาทีที่แล้วเองค่ะ

...ระวังให้ดีนะครับ

ปล.ถ้าคุณต้องการจะบอกว่า "เดินผ่านไป" ให้ใช้คำว่า "pass by" หรือ "walk by" แทนนะครับ


คำคล้าย...ความหมายต่างขั้ว...ภาค1 : Pretty กับ Petty

คุณเห็นสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่แถวๆนั้น...



คุณรีบเดินเข้าไปชวนคุย
คุยไปคุยมา คุณก็ได้โอกาสหยอดคำชมลงในบทสนทนาอย่างแนบเนียนว่า.....
 
You're so petty.
 
ซึ่งแปลว่า...คุณสวยจริงๆ...หรือเปล่าหว่า...
 
หลังจากที่คุณหยอดคำชมลงไปเรียบร้อย สาวสวยคนนั้นก็นิ่งไปพัก
จากนั้น หล่อนก็เงื้อมือตบหน้าคุณเต็มแรง! 
 
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น?...หรือว่าคุณเธออายมากจนทำตัวไม่ถูก?
ไม่ใช่หรอกครับ สาวสวยคนนั้นไม่ได้อายเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม เธอกำลังโกรธต่างหากครับ!
 
คุณต้องการจะชมว่าเธอสวย แต่บังเอิญ เวลาที่คุณพวกคำว่า "pretty" ซึ่งแปลว่า "สวย" ในภาษาอังกฤษนี้ คุณดันลืมออกเสียงตัว "r"
 
มันเลยออกมาเป็น "petty" ซึ่งแปลว่า "ต่ำช้า" แทน จะไม่ให้สาวสวยคนนั้นโกรธได้อย่างไรกันครับ
แทนที่คุณจะบอกว่า "คุณนี่สวยจริงๆ" คุณกลับไปบอกเธอว่า "คุณนี่ต่ำช้าจริงๆ"
 
ผมว่า...แค่ตบนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำนะครับ อิอิ

etc. แปลว่าอะไร


 


etc. = et cetera

 
etc. ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb)
 
etc. แปลว่า "และอื่นๆ"
 
ใช่ครับ etc. เทียบเท่ากับ ฯลฯ (อ่านว่า "ละ") ในภาษาไทยนั่นเอง
 
ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้ etc. ในประโยคภาษาอังกฤษ
 
Many animals are considered pets. The examples of those animals are dog, cats, frogs, etc. สัตว์หลายชนิดถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยง ตัวอย่างของสัตว์เหล่านั้น คือ สุนัข แมว กบ ฯลฯ
 
ข้อควรระวังในการใช้ etc.
 
1. เราจะไม่ใช้ and (แปลว่า "และ") นำหน้า etc. เพราะ etc. = and other things (แปลว่า "และอื่นๆ") เรียบร้อยแล้ว
 
The examples of those animals are dogs, cats, frogs, and etc.
 
นี่คือตัวอย่างประโยคที่ผิด
 
หากจะทำให้ประโยคนี้ถูกต้อง เราต้องตัด and ที่นำมาหน้า etc. ออกเสีย
 
กลายเป็น The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc.
 
2. เราจะไม่เขียน etc. มากกว่าหนึ่งครั้งติดกัน
 
The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc. etc.
 
นี่คือตัวอย่างที่ผิด
 
หากจะทำให้ประโยคนี้ถูกต้อง เราจะต้องเขียน etc. เพียงครั้งเดียว
 
กลายเป็น The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc.

ใครเหงายกมือขึ้น...

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

สำนวนนี้...มีสี


The black market

         สำนวนนี้แปลเป็นไทยได้ว่า ในตลาดมืดครับ หมายถึง ทำสิ่งใดในที่ผิดกฎหมายเพราะปราศจากการควบคุมของรัฐบาล เรียกว่า ต้องหลบต้องซ่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์สูงสุดในเชิงผลประโยชน์โดยเฉพาะการแลกเงินตราครับ


ตัวอย่าง 


You can go to the bank to change dollars.  But if you change money on the

black market, you often get more money for each dollar.


= คุณสามารถไปที่ธนาคารเพื่อไปแลกเงินดอลล่าร์ แต่ถ้าคุณไปแลกเงินที่ตลาดมืด คุณ


มักจะได้เงินมากขึ้นอีกในแต่ละดอลล่าร์ เราจะใช้ว่า on the black market ไม่ใช้ in the 


black market




 To feel blue

      สำนวนนี้ไม่ได้แปลว่า รู้สึกสีฟ้าจังเลยนะครับ แต่สำนวนนี้แปลว่า รู้สึกเศร้า เราคงแปลกใจว่าเป็นเช่น
นี้ได้อย่างไร เพราะโดยปกติสีฟ้าเป็นสีของความสดใสแต่ฝรั่งเขามองว่ามันคือความเศร้า ความหดหู่ใจ ไม่เหมือนสีแดง สีชมพู     

ตัวอย่าง

I was alone on my birthday and feeling blue.  Then Anny called and invited me

out, and I felt better.


= ฉันอยู่คนเดียวในวันเกิดและรู้สึกเศร้าใจจังเลยและแล้วแอนก็โทรมาและชวนออก


ไปข้างนอก ก็เลยรู้สึกดีขึ้น 





The green light

ส่วนสำนวนนี้ก็จะเห็นภาพเวลาไฟจราจรเป็นสีเขียวซึ่งมีความหมายว่า ผ่านฉลุยนั่นเอง เรามักจะพบเห็นำสนวนนี้ในโครงสร้าง  to give + someone + the green light  หมายถึง อนุญาตให้ทำอะไรได้ตามที่ต้องการ หากสังเกตดูก็จะเห็นสีเขียวตามสี่แยกที่ปล่อยให้รถทุกชนิดรวมทั้งหมูหมากาไก่ไปได้ แต่หากเจอไฟแดงต้อง ระวัง คำว่า red นั้นไปปรากฏอยู่ในสำนวนว่า  a red alert หมายถึง สภาพที่ต้องเตรียมพร้อมเพราะมีอันตรายเกิดขึ้น เช่น 



Evacuate the building---there is a red alert.

=  อพยพคนออกจากตึกนี้เร็ว มีสัญญาณเตือนภัย (สีแดง) และสำนวนว่า
 in the red 

หมายถึง เป็นหนี้ ขาดทุน ใช้ได้กับทั้งตัวท่านเองและองค์การ เช่น 


This company is in the red. 
= บริษัทนี้ขาดทุน 

I am in the red. 
=ฉันเป็นหนี้อยู่ 

ตัวอย่าง


The bank has given us the money.  Now we have the green light to start the

project.


=ธนาคารให้เงินเราแล้ว ตอนนี้ เราได้รับอนุญาตให้เริ่มทำโครงการแล้ว 


มาดูกันอีกตัวอย่างหนึ่ง



My father gave me the green light to study overseas. 


=ป๊ะป๋าเปิดไฟเขียว (อนุญาต)ให้ฉันไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว
 


Green with envy

ส่วนสำนวนนี้ก็เกี่ยวกับดวงตา ลูกตา เวลาฝรั่งเขาเกิดความอิจฉาตาร้อนกัน เขาใช้ดวงตาเป็นตัวสื่อสาร  คนไทยมักจะใช้ว่า อิจฉาตาร้อนและฝรั่งเขาเห็นดวงตา เปลี่ยนสีเป็นสีเขียวด้วย นีซิประหลาด ไม่รู้เขามีวิธีสังเกตกันยังไง


ตัวอย่าง


I was green with envy when I learned that Luis had won a trip to Europe.


=ฉันอิจฉาตาร้อนเมื่อฉันรู้ว่าหลุยส์ได้ไปเที่ยวยุโรป มักจะใช้กับสำนวนนี้ 
to be green with envy