วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556

คำคล้าย...ความหมายต่างขั้ว...ภาค1 : Pretty กับ Petty

คุณเห็นสาวสวยคนหนึ่งยืนอยู่แถวๆนั้น...



คุณรีบเดินเข้าไปชวนคุย
คุยไปคุยมา คุณก็ได้โอกาสหยอดคำชมลงในบทสนทนาอย่างแนบเนียนว่า.....
 
You're so petty.
 
ซึ่งแปลว่า...คุณสวยจริงๆ...หรือเปล่าหว่า...
 
หลังจากที่คุณหยอดคำชมลงไปเรียบร้อย สาวสวยคนนั้นก็นิ่งไปพัก
จากนั้น หล่อนก็เงื้อมือตบหน้าคุณเต็มแรง! 
 
ทำไมจึงเป็นอย่างนั้น?...หรือว่าคุณเธออายมากจนทำตัวไม่ถูก?
ไม่ใช่หรอกครับ สาวสวยคนนั้นไม่ได้อายเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม เธอกำลังโกรธต่างหากครับ!
 
คุณต้องการจะชมว่าเธอสวย แต่บังเอิญ เวลาที่คุณพวกคำว่า "pretty" ซึ่งแปลว่า "สวย" ในภาษาอังกฤษนี้ คุณดันลืมออกเสียงตัว "r"
 
มันเลยออกมาเป็น "petty" ซึ่งแปลว่า "ต่ำช้า" แทน จะไม่ให้สาวสวยคนนั้นโกรธได้อย่างไรกันครับ
แทนที่คุณจะบอกว่า "คุณนี่สวยจริงๆ" คุณกลับไปบอกเธอว่า "คุณนี่ต่ำช้าจริงๆ"
 
ผมว่า...แค่ตบนี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำนะครับ อิอิ

etc. แปลว่าอะไร


 


etc. = et cetera

 
etc. ทำหน้าที่เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (adverb)
 
etc. แปลว่า "และอื่นๆ"
 
ใช่ครับ etc. เทียบเท่ากับ ฯลฯ (อ่านว่า "ละ") ในภาษาไทยนั่นเอง
 
ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้ etc. ในประโยคภาษาอังกฤษ
 
Many animals are considered pets. The examples of those animals are dog, cats, frogs, etc. สัตว์หลายชนิดถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยง ตัวอย่างของสัตว์เหล่านั้น คือ สุนัข แมว กบ ฯลฯ
 
ข้อควรระวังในการใช้ etc.
 
1. เราจะไม่ใช้ and (แปลว่า "และ") นำหน้า etc. เพราะ etc. = and other things (แปลว่า "และอื่นๆ") เรียบร้อยแล้ว
 
The examples of those animals are dogs, cats, frogs, and etc.
 
นี่คือตัวอย่างประโยคที่ผิด
 
หากจะทำให้ประโยคนี้ถูกต้อง เราต้องตัด and ที่นำมาหน้า etc. ออกเสีย
 
กลายเป็น The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc.
 
2. เราจะไม่เขียน etc. มากกว่าหนึ่งครั้งติดกัน
 
The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc. etc.
 
นี่คือตัวอย่างที่ผิด
 
หากจะทำให้ประโยคนี้ถูกต้อง เราจะต้องเขียน etc. เพียงครั้งเดียว
 
กลายเป็น The examples of those animals are dogs, cats, frogs, etc.

ใครเหงายกมือขึ้น...

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

สำนวนนี้...มีสี


The black market

         สำนวนนี้แปลเป็นไทยได้ว่า ในตลาดมืดครับ หมายถึง ทำสิ่งใดในที่ผิดกฎหมายเพราะปราศจากการควบคุมของรัฐบาล เรียกว่า ต้องหลบต้องซ่อนเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์สูงสุดในเชิงผลประโยชน์โดยเฉพาะการแลกเงินตราครับ


ตัวอย่าง 


You can go to the bank to change dollars.  But if you change money on the

black market, you often get more money for each dollar.


= คุณสามารถไปที่ธนาคารเพื่อไปแลกเงินดอลล่าร์ แต่ถ้าคุณไปแลกเงินที่ตลาดมืด คุณ


มักจะได้เงินมากขึ้นอีกในแต่ละดอลล่าร์ เราจะใช้ว่า on the black market ไม่ใช้ in the 


black market




 To feel blue

      สำนวนนี้ไม่ได้แปลว่า รู้สึกสีฟ้าจังเลยนะครับ แต่สำนวนนี้แปลว่า รู้สึกเศร้า เราคงแปลกใจว่าเป็นเช่น
นี้ได้อย่างไร เพราะโดยปกติสีฟ้าเป็นสีของความสดใสแต่ฝรั่งเขามองว่ามันคือความเศร้า ความหดหู่ใจ ไม่เหมือนสีแดง สีชมพู     

ตัวอย่าง

I was alone on my birthday and feeling blue.  Then Anny called and invited me

out, and I felt better.


= ฉันอยู่คนเดียวในวันเกิดและรู้สึกเศร้าใจจังเลยและแล้วแอนก็โทรมาและชวนออก


ไปข้างนอก ก็เลยรู้สึกดีขึ้น 





The green light

ส่วนสำนวนนี้ก็จะเห็นภาพเวลาไฟจราจรเป็นสีเขียวซึ่งมีความหมายว่า ผ่านฉลุยนั่นเอง เรามักจะพบเห็นำสนวนนี้ในโครงสร้าง  to give + someone + the green light  หมายถึง อนุญาตให้ทำอะไรได้ตามที่ต้องการ หากสังเกตดูก็จะเห็นสีเขียวตามสี่แยกที่ปล่อยให้รถทุกชนิดรวมทั้งหมูหมากาไก่ไปได้ แต่หากเจอไฟแดงต้อง ระวัง คำว่า red นั้นไปปรากฏอยู่ในสำนวนว่า  a red alert หมายถึง สภาพที่ต้องเตรียมพร้อมเพราะมีอันตรายเกิดขึ้น เช่น 



Evacuate the building---there is a red alert.

=  อพยพคนออกจากตึกนี้เร็ว มีสัญญาณเตือนภัย (สีแดง) และสำนวนว่า
 in the red 

หมายถึง เป็นหนี้ ขาดทุน ใช้ได้กับทั้งตัวท่านเองและองค์การ เช่น 


This company is in the red. 
= บริษัทนี้ขาดทุน 

I am in the red. 
=ฉันเป็นหนี้อยู่ 

ตัวอย่าง


The bank has given us the money.  Now we have the green light to start the

project.


=ธนาคารให้เงินเราแล้ว ตอนนี้ เราได้รับอนุญาตให้เริ่มทำโครงการแล้ว 


มาดูกันอีกตัวอย่างหนึ่ง



My father gave me the green light to study overseas. 


=ป๊ะป๋าเปิดไฟเขียว (อนุญาต)ให้ฉันไปเรียนต่อเมืองนอกแล้ว
 


Green with envy

ส่วนสำนวนนี้ก็เกี่ยวกับดวงตา ลูกตา เวลาฝรั่งเขาเกิดความอิจฉาตาร้อนกัน เขาใช้ดวงตาเป็นตัวสื่อสาร  คนไทยมักจะใช้ว่า อิจฉาตาร้อนและฝรั่งเขาเห็นดวงตา เปลี่ยนสีเป็นสีเขียวด้วย นีซิประหลาด ไม่รู้เขามีวิธีสังเกตกันยังไง


ตัวอย่าง


I was green with envy when I learned that Luis had won a trip to Europe.


=ฉันอิจฉาตาร้อนเมื่อฉันรู้ว่าหลุยส์ได้ไปเที่ยวยุโรป มักจะใช้กับสำนวนนี้ 
to be green with envy

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2556

"กาแฟ" ในภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่ "Coffee"

หลังจากเอาใจเหล่าคอนมกันไปแล้วนะครับ คราวนี้ มาเอาใจคอกาแฟทั้งหลาย หรือ ที่เราเรียกกันว่า "Coffee Lovers" ในภาษาอังกฤษ คงจะทราบดีว่า กาแฟนั้นมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน โดยแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไป วันนี้ เรารวบรวบเอากาแฟที่นิยมๆกันมาให้อ่านกัน เผื่อว่าทุกๆคนจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปใช้ในโอกาสต่างๆ

ประเภทของกาแฟในภาษาอังกฤษ

Decaffeinated Coffee หรือ ที่เรียกกันสั้นๆว่า Decaf coffee คือ กาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน

Cappuccino หรือ คา ปูชิโน มีส่วนประกอบหลักคือ เอสเปรสโซ นมร้อน และ ฟองนม โดยคำว่า Cappuccino นั้น เป็นภาษาอิตาเลียน โดยการออกเสียงที่ถูกต้องตามเจ้าของภาษาก็คือ กัปปุชชิโน่

Freeze-dried Coffee คือ กาแฟอบแห้ง

Espresso (เอสเปรสโซ) คน ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิด เรียกกาแฟชนิดนี้กันว่า “เอ็กส์เปรสโซ่” (Expresso) แต่ จริงๆแล้วมันคือ “เอสเปรสโซ่” โดยกาแฟชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจาก เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ เอสเปรสโซ นั่นเอง สำหรับการสั่งเอสเปรสโซ่นั้น เราจะต้องเลือกว่าเราต้องการแบบ Single shot / Espresso Solo ซึ่งก็คือ เอสเปรสโซ่เพียงช็อตเดียว หรือ Double shot / Espresso Doppio ซึ่งก็คือ เอสเปรสโซ่แบบสองช็อตนั่นเอง

American Coffee หรือ Americano (อเมริกาโน่) ในภาษา Italian คือ กาแฟสไตล์อเมริกัน ที่ทำมาจากเอสเปรสโซหลายๆ ช็อตกับน้ำร้อน เพื่อให้มีความเข้มข้นเท่ากับกาแฟที่ได้จากการชงแบบหยด แต่มีรสชาติต่างกัน

Latte เป็นเอสเปรสโซผสมนมร้อน ปกติมักโปะข้างบนด้วยฟองนม ความเข้มข้นไม่มากเท่าคาปูชิโนเนื่องจากใส่นมเยอะกว่า

Coffee Milk หรือ กาแฟนม เป็นเครื่องดื่มที่คล้ายๆกับนมช็อกโกแลต แต่ใช้น้ำเชื่อมกาแฟแทนการใช้น้ำเชื่อมช็อกโกแลต

Long Black คือ การนำเอา Espresso แบบ Double shot มาผสมกับน้ำร้อน

Mocchiato หรือ มัคคิอาโต คือ เอสเปรสโชที่ผสมนมนิดหน่อย ซึ่งบางคนอาจเรียกกาแฟชนิดนี้ว่า "Dirty Espresso" นั่นเอง

Mocca เป็นการดัดแปลงของลาเต้ มีอัตราส่วนของเอสเปรสโซและนมเป็นอัตรา 1:3 เหมือนกับลาเต้ แต่มีการใส่ช็อกโกแลตเพิ่มลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้น้ำเชื่อมช็อกโกแลตแทนช็อกโกแลตผลในเครื่องขายอัตโนมัติ ช็อกโกแลตที่ใช้อาจจะเป็นช็อกโกแลตดำหรือช็อกโกแลตนมก็ได้

Flat White กาแฟชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยมีส่วนผสมระหว่าง เอสเปรสโซ กับ นมร้อน และไม่ใส่ฟองนม

Cortado คือ เอสเปรสโซที่ผสมนมอุ่นลงไปเล็กน้อย

นอกจากกาแฟที่บอกมาข้างต้น แล้ว ยังมีกาแฟอื่นๆอีกมากมายหลายชนิด ที่สาธยายวันหนึ่งก็คงจะไม่หมด หากใครมีความรู้อะไรเกี่ยวกับกาแฟนอกเหนือจากนี้ จะมาแนะนำกัน ก็เชิญแบ่งปันในนี้เลยครับ...

 

 

Enjoy your coffee!!

ชนิดของนม (Types of Milk)

คุณชอบนมแบบไหน??? หลายคนคงคิดว่านมนั้นมีเพียงไม่ กี่ประเภท โดยอาจจะรู้จักแค่ นมสด นมไขมันต่ำ นมเปรี้ยว นมข้น แต่แท้ที่จริงแล้วนั้น นมมีอยู่มากมายหลายประเภท โดย อาจจะแบ่งออกตามกระบวนการผลิต หรือ ชนิดของนมนั้นๆ วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านมแต่ละชนิดนั้นเรียกกันในภาษาอังกฤษว่าอย่างไร

1. Whole / Full cream Milk / Full Fat Milk นมครบส่วน หรือ นมไขมันเต็มส่วน

2. Low Fat Milk นมไขมันต่ำ

3. Skimmed / Skim Milk นมพร่องมันเนย

4. Semi-skimmed / Partly skimmed Milk นมกึ่งพร่องมันเนย

5. Sterilized Milk นมสเตอริไลซ์

6. Pasteurized Milk นมพาสเจอร์ไรซ์

7. UHT Milk (Ultra high temperature milk or Ultra heat treated milk) นม ยู เอช ที

8. Flavoured Milk นมปรุงแต่ง

9. Yoghurt / Cultured Milk / Fermented Milk นมเปรี้ยว

10. Drinking Yoghurt / Cultured Milk / Fermented Milk นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม

11. Soy Milk นมถั่วเหลือง

12. Evaporated / Condensed Milk นมข้น

13. Sweetened Condensed Milk นมข้นหวาน

14. Dried / Powder Milk นมผง

15. Humanized / Modified Milk นมผงดัดแปลง

16. Recombined Milk นมคืนรูป

17. Reconstituted / Recombined milk นมคืนรูป

เป็นยังไงกันบ้าง หลายคนคงตกใจละสิว่า ทำไมนมถึงมีมากมายหลายชนิดอย่างนี้ แต่ถ้าจะเอาจริงๆแล้วยังมีนมอีกเยอะเลยครับที่ไม่ได้พูดถึง เช่น นมประเภทต่างๆสำหรับทารก นมสำหรับผู้สูงอายุ และอื่นๆครับ เอาเป็นว่า จำคำศัพท์ที่สำคัญๆ และคิดว่าจะได้ใช้ก่อนก็พอแล้ว เดี๋ยวจะงงไปกันใหญ่

คำเลียนเสียงต่างๆในภาษาอังกฤษ (Onomatopoeia)

หลายคนอาจจะคิดว่า “คำเลียนเสียงต่างๆ” หรือ “Onomatopoeia” ในภาษาไทยและภาษาอังกฤษนั้น มีลักษณะเช่นเดียวกัน ซึ่งบางคนอาจจะเคยประสบกับปัญหาในเวลาที่จะต้องสื่อสารกับคนต่างชาติ เนื่องจากไม่รู้ว่าเสียงเหล่านี้ในภาษาอังกฤษนั้นมีรูปแบบเช่นใด โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึงคำเลียงเสียงสัตว์ต่างๆในภาษาอังกฤษกัน

ตารางเปรียบเทียบเสียงสัตว์ต่างๆในภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ (Onomatopoeia)

เสียงนก (birds) จิ๊บ “chirp/tweet”
เสียงไก่ตัวผู้ขัน (roosters) เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก “cock-a-doodle-doo”
เสียงไก่ (chickens) กระต๊าก “cluck”
เสียงวัว (cows) มอ “moo”
เสียงหมา (dogs) โฮ่งๆ “woof-woof/bow-wow”
เสียงลูกหมา (puppies) บ๊อกๆ “ruff-ruff”
เสียงแมว (cats) เมี๊ยว “mew/meow”
เสียงเป็ด (ducks) ก๊าบๆ “quack-quack”
เสียงผึ้ง/แมลงวัน (bees/flies) หึ่ง “buzz”
เสียงแกะ (sheep) แบ๊ะๆ “baa-baa”
เสียงม้า (horses) ฮี้ “neigh-neigh/whinny”
เสียงกา (crows) กาๆ “kaw-kaw”
เสียงหมู (pigs) อู๊ดๆ “oink-oink”
เสียงหนู (mice) จิ๊ดๆ “squeak/squeal”
เสียงกบ (frogs) อ๊บ “croak-croak”
เสียงตุ๊กแก (Tokay Geckos) ตุ๊กแก “To-keh”
เสียงหมาป่า (wolves) หอน “howl”
เสียงลิง (monkeys) เจี๊ยกๆ “gibber”
 
ยังไงก็ขอบอกว่านี่ เป็นเพียงแค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น หากใครที่สนใจอยากรู้คำเลียนเสียงของสัตว์อื่นๆ ก็ลองเข้าไปดูได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้เลย วันนี้ขอลาไปก่อนละนะคร้าบ…. Oink-Oink!!